หน้าแรก

ประวัติจังหวัดสระบุรี

 11390157_1081127675233979_8460100345281565791_n

         เมือง “ สระบุรี”   มีประวัติอันสันนิษฐานว่า  ตั้งขึ้นประมาณ  พ.ศ. 2092   ในรัชสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์แห่งกรุงศรีอยุธยา  สืบเนื่องมาจากยามมีศึกสงครามประชิดติดพระนคร  ไม่สามารถเรียกระดมพลรักษาพระนครได้ทัน  เพราะหัวเมืองต่างๆตามที่มีการแบ่งการปกครองอยู่ห่างจากกรุงศรีอยุธยามาก  จึงต้องตั้งเมืองใหม่ขึ้นเพื่อให้สะดวกรวดเร็วและได้ผลทันต่อเหตุการณ์ยามเกิดศึกสงคราม  ส่วนที่ตั้งเมืองสระบุรีคราวแรกไม่มีการกำหนดเขตแดนไว้แน่นอน   สันนิษฐานว่า   คงจะแบ่งเอาบางส่วนจากทางเมืองลพบุรี   แขวงเมือง-นครราชสีมา  แขวงเมืองนครนายก   ตั้งขึ้นเป็นเมืองสระบุรี  ทั้งนี้เพราะเขตที่ตั้งขึ้นเป็นเมืองสระบุรี   เป็นเขตที่คลุมบางส่วนของแม่น้ำป่าสัก  ซึ่งสะดวกต่อการเดินทางไปทางภาคตะวันออก ตะวันออกเฉียงเหนือ  และยังเคยเป็นเส้นทางที่พวกขอมสมัยโบราณเคยใช้เดินทางในการติดต่อกับราชธานี (นครธม)
สำหรับประวัติความเป็นมาของสระบุรีมีปรากฏในหนังสือ เรื่อง “เที่ยวตามทางรถไฟ” พระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งได้ทรงอธิบายแยกเรื่องความเป็นมาของสระบุรี ในแต่ละยุค แต่ละสมัย ดังนี้

1. สมัยกรุงละโว้ (ลพบุรี) ต่อมาถึงสมัยอโยธยา
“ท้องที่อันเป็นเขตจังหวัดสระบุรีนี้ แต่โบราณครั้งเมื่อพวกขอมยังเป็นใหญ่ ในประเทศนี้
อยู่ในทางหลวงสายหนึ่ง  ซึ่งพวกขอมไปมาติดต่อกับราชธานีที่นครหลวง  (ซึ่งเรียกในภาษาขอมว่า นครธม) ยังมีเทวสถาน ซึ่งพวกขอมสร้างเป็นปรางค์หินไว้ตามที่ได้ตั้งเมือง  ปรากฏอยู่เป็นระยะมา  คือ  ในเขตจังหวัด -ปราจีนบุรี  มีที่อำเภอวัฒนานครแห่งหนึ่ง  ที่ดงศรีมหาโพธิ์แห่งหนึ่ง  ต่อมาถึงเขตจังหวัดนครนายก  มีที่ดงละครแห่งหนึ่ง  แล้วมามีที่บางโขมด  ทางขึ้นพระพุทธบาทอีกแห่งหนึ่ง ต่อไปก็ถึงลพบุรี  ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลละโว้  ที่พวกขอมมาตั้งปกครอง  แต่ที่ใกล้ลำน้ำป่าสักซึ่งตั้งจังหวัดสระบุรี  หาปรากฏสิ่งสำคัญครั้งขอมอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ เพราะฉะนั้นเมืองสระบุรีเห็นจะเป็นเมืองตั้งขึ้นต่อเมื่อไทยได้ประเทศนี้จากขอมแล้ว  ข้อนี้สมด้วยเค้าเงื่อนในพงศาวดาร  ด้วยชื่อเมืองสระบุรีปรากฏในเรื่องพงศาวดารเป็นครั้งแรก  เมื่อรัชกาลสมเด็จพระมหินทราธิราช…”
2. สมัยกรุงศรีอยุธยา
“เมื่อพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองยกกองทัพมาล้อมพระนครศรีอยุธยา   พระไชยเชษฐาเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุต ยกกองทัพเมืองเวียงจันท์ลงมาช่วยไทย เดินกองทัพเลียบลำน้ำป่าสักลงมา  พระเจ้าหงสาวดีให้พระมหาอุปราชคุมกองทัพไปซุ่มดักทางอยู่ที่เมืองสระบุรี  ตีกองทัพกรุงศรีสัตนาคนหุตแตกกลับไป  ดังนี้เป็นอันได้ความว่า  เมืองสระบุรีตั้งมาก่อน พ.ศ.2112  แต่จะตั้งเมื่อใดข้อนี้ได้สันนิษฐานตามเค้าเงื่อนที่มีอยู่  คือเมื่อในแผ่นดินสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์  พระราชบิดาของสมเด็จพระมหินทราธิราชนั้น  พระเจ้าหงสาวดีตะเบงชะเวตี้  ยกกองทัพเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยา เมื่อ  พ.ศ.2091  ในสมัยนั้นมีเมืองป้อมปราการเป็นเขื่อนขัณฑ์กันราชธานีอยู่ทั้ง 4 ทิศ  คือเมืองสุพรรณบุรีอยู่ทางตะวันตก  เมืองลพบุรีอยู่ทางทิศเหนือ  เมืองนครนายกอยู่ทางทิศตะวันออก  และเมืองพระประแดงอยู่ทางทิศใต้  กองทัพพระเจ้าหงสาวดียกเข้ามาทาง ด่านพระเจดีย์สามองค์ ข้างทิศตะวันตกกองทัพไทยจึงไปตั้งต่อสู้อยู่ที่เมืองสุพรรณบุรี  รับข้าศึกไม่อยู่ต้องถอยเข้ามาเอาพระนครศรีอยุธยาเป็นที่มั่นจึงได้ชัยชนะเป็นเหตุให้เห็นว่าเป็นเมืองที่ตั้งเป็นเขื่อนขัณฑ์กันพระนครนั้น หาเป็นประโยชน์ดังที่คาดมาแต่ก่อนไม่ที่สร้างป้อมปราการไว้  ถ้าข้าศึกเอาเป็นที่มั่นสำหรับทำการสงครามแรมปีตีพระนคร  ก็จะกลับเป็นประโยชน์แก่ข้าศึก จึงให้รื้อป้อมปราการเมืองสุพรรณบุรี  เมืองลพบุรี และเมืองนครนายกเสียทั้ง 3 เมืองคงไว้แต่เมืองพระประแดง ซึ่งรักษาทางปากน้ำ  อีกประการหนึ่งเห็นว่า  ที่รวบรวมผู้คนในเวลาเกณฑ์ทัพยังมีน้อยแห่งนัก  จึงได้ตั้งตัวเมืองเพิ่มเติมขึ้นอีกหลายเมือง  สำหรับเป็นที่รวบรวมผู้คนเพื่อจะได้เรียกระดมมารักษาพระนครได้ทันท่วงที  ในเวลาการสงครามมีมาอีก  เมืองที่ตั้งใหม่ครั้งนั้นระบุชื่อไว้ในหนังสือพระราชพงศาวดาร  แต่ทางทิศใต้กับทางทิศตะวันตก  คือ  เมืองนนทบุรี 1   เมืองสาครบุรี  1 (สมุทรสาคร)  เมือง  1  และเมืองนครไชยศรีเมือง  1  แต่ทางทิศอื่นหาได้กล่าวไม่  เมืองสระบุรี (และเมืองฉะเชิงเทรา)  เห็นจะตั้งขึ้นในคราวนี้นั่นเอง  คือตั้งเมื่อราว  พ.ศ.2092  ก่อนปรากฏชื่อในพระราชพงศาวดารเพียง  20 ปี  เหล่าเมืองที่ตั้งครั้งนั้นเป็นแต่สำหรับรวบรวมผู้คนดังกล่าวมา  จึงกำหนดแต่เขตแดนมิได้สร้างบริเวณเมือง ผู้รั้งตั้งจวนอยู่ที่ไหนก็ชื่อว่าเมืองอยู่ตรงนั้น ไม่เหมือนเมืองที่ตั้งมาแต่ก่อน  เช่น เมืองราชบุรี และเมืองเพชรบุรี  เป็นต้น  เมืองตั้งสำหรับรวบรวมคนเช่นว่ามานี้ มีอีกหลายเมือง พึ่งมาตั้งบริเวณเมืองประจำที่ทั่วกันต่อเมื่อ รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์”

นามเจ้าเมืองสระบุรีคนแรก  ไม่ปรากฏหลักฐาน  คงมีเพียงตำแหน่งบรรดาศักดิ์เจ้าเมืองสระบุรี ซึ่งปรากฏเด่นชัดในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อ พ.ศ. 2125 ทราบแต่ว่ามีบรรดาศักดิ์เป็น  “พระสระบุรี” เท่านั้น โดยสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นคนไทยภาคกลาง มีหน้าที่คุมรักษาฉางข้าวไว้ให้กองทัพหลวงครั้งยกไปตีเขมร  ซึ่งคงจะเป็นเพราะให้ชาวเมืองสระบุรีสมัยนั้นทำไร่ทำนาเก็บเกี่ยวไว้สำหรับงานสงคราม

จวบจนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 เจ้าเมืองสระบุรีบรรดาศักดิ์เป็น “พระยาสุราราชวงศ์” ซึ่งตามพงศาวดาร ว่าเป็นชนเผ่าลาวพุงดำซึ่งถูกเกณฑ์อพยพมาแต่ครั้ง เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก   (รัชกาลที่ 1) พาทัพไปตีนครเวียงจันท์ (สมัยกรุงธนบุรี) แล้วมาตั้งรกราก ณ แขวงเมืองสระบุรี พ.ศ.2324

ล่วงถึงสมัยรัชกาลที่ 4 ทางการมีการแต่งชื่อเจ้าเมืองใหม่ ดังนี้

เมืองพระพุทธบาท  (แก้วประศักดิ์เมืองปรันตปะ)   เดิมนามว่า  ขุนอนันตคีรี  ตั้งใหม่เป็นหลวงสัจจภัญฑคิรี  ศรีรัตนไพรวัน  เจติยาสันคามวาสีนพคูหาพนมโขลน
เมืองสระบุรี  เดิมนามว่า  ขุนสรบุรีปลัดตั้งใหม่เป็น พระสยามลาวบดีปลัด ตำแหน่งเจ้าเมืองในสมัยรัชกาลที่ 5 (พ.ศ.2435)  มีการจัดรูปการปกครองใหม่เป็นเทศาภิบาล  โดยจัดตั้งเป็นมณฑลเทศาภิบาล  จังหวัด  อำเภอ  ตำบล  หมู่บ้าน  ลดหลั่นกันลงไป  เมืองสระบุรีขึ้นอยู่กับมณฑล  กรุงเก่า  มีการส่งข้าราชการมาปกครองแทนการตั้งเจ้าเมืองสำหรับที่ตั้งเมืองสระบุรีครั้งแรกไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่นอนคงทราบแต่เพียงว่าตั้งอยู่ที่หัวจวนบริเวณบึงหนองโง้ง ใกล้วัดจันทบุรี ตำบลศาลารีลาว  ปัจจุบันคือ  ตำบลเมืองเก่า  อำเภอเสาไห้  มีพระยาสระบุรี (เลี้ยง)  เป็นเจ้าเมือง  ปีพ.ศ. 2433  พระยาสระบุรี (เลี้ยง)  ถึงแก่กรรม  จ่าเริง  เป็นเจ้าเมืองแทน  ได้ย้ายศาลากลางเมืองสระบุรีไปอยู่ที่บ้านไผ่ล้อมน้อย  อ.เสาไห้  ( บ้านเรือนที่เจ้าเมืองสร้างอยู่อาศัย  คือ ศาลากลางเมือง ) จนถึงสมัยที่พระยาพิชัยรณรงค์สงครามเป็นเจ้าเมืองเห็นว่า  ตัวเมืองเดิมที่เสาไห้อยู่ห่างไกลจากทางรถไฟมาก  (รัชกาลที่ 5  ได้โปรดให้สร้างทางรถไฟ  สายตะวันออกเฉียงเหนือ  ขึ้นมาถึงเมืองสระบุรี  เมื่อพ.ศ.2439)  ประกอบกับภูมิประเทศไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ในสมัยนั้น  ยากแก่การขยายเมืองในอนาคต  จึงได้สร้างศาลาขึ้นใหม่ ณ บริเวณตำบลปากเพรียว  การก่อสร้างเสร็จในสมัยเจ้าเมืองคนที่ 3  คือ  พระยาบุรีสราธิการ
(เป้า  จารุเสถียร)  ในปี  พ.ศ. 2509  ก็ได้รื้อและสร้างศาลากลางหลังใหม่ขึ้นแทน

 

Advertisements